3 Ways to Beat Blackjack with Simple Math

3 วิธีเอาชนะแบล็คแจ็คด้วยหลักคณิตศาสตร์ง่าย ๆ

            การวางเดิมพันกับคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้จริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Table Games ที่ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล คาสิโนออนไลน์ประเทศไทย เช่น บาคาร่า รูเล็ต และแบล็คแจ็ค วันนี้เราจึงนำเอา 3 เทคนิคการพิชิตแบล็คแจ็คด้วยหลักคณิตศาสตร์ง่าย ๆ มาฝากกัน

Using Math to Win at Blackjack - Math Facts for Casino Gamblers

  1. เข้าใจพื้นฐานของแบล็คแจ็คด้วยคณิตศาสตร์แบบง่าย ๆ

ปกติการเล่นแบล็คแจ็คโดยทั่วไปจะใช้ไพ่ 6-8 สำรับ ซึ่งไพ่แต่ละสำรับจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ไพ่ที่มีคะแนนต่ำ 2-6 (20 ใบต่อสำรับ) ไพ่ที่มีคะแนนปานกลาง 7-8 (8 ใบต่อสำรับ) และไพ่ที่มีคะแนนสูง 9-A (24 ใบต่อสำรับ) ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการนับไพ่ของผู้เล่นว่าไพ่ในระดับต่าง ๆ สล็อตออนไลน์ ออกไปกี่ใบแล้ว ทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพว่าควรเรียกหรือไม่เรียกไพ่ในการเดิมพัน แต่ในส่วนของการเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์ที่ใช้ไพ่เพียงสำรับเดียวต่อการเล่นหนึ่งครั้งนั้นยิ่งง่ายไปใหญ่ เพราะหากท่านเข้าใจพื้นฐานข้อนี้ก็จะยิ่งทำให้ท่านมองภาพรวมการเรียกไพ่ได้อย่างชัดเจนว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้

2.ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในการเลือกโต๊ะเดิมพัน

การเดิมพันแบล็คแจ็คส่วนใหญ่จะมีด้วยกันอยู่ 2 เวอร์ชั่น ได้แก่เวอร์ชั่น 3/2 และ 6/5 ซึ่งเป็นอัตราแจ็คพ็อตที่ผู้เล่นจะได้รับในกรณีที่ได้ 21 คะแนน หากคนที่ไม่เข้าใจคณิตศาสตร์มองแบบผิวเผินอาจไม่แตกต่างอะไร แต่หากเราพิจารณาลงไปในรายละเอียดต่าง ๆ แล้วจะพบว่าแตกต่างกันมากเลยทีเดียว เพราะหากท่านวางเดิมพัน 500 บาท ในเวอร์ชั่น 3/2 ท่านจะได้รับเงินรางวัลสูงถึง 750 บาท แต่หากท่านวางเดิมพันจำนวนเท่ากันบนโต๊ะ 6/5 ท่าจะได้รับเงินรางวัลเพียง 600 บาทเท่านั้น

7 Methods of Teaching Mathematics Using Gambling Examples

3.ใช้วิธีคิดทางคณิตศาสตร์ในการซื้อเงินประกันความเสี่ยง

เงินประกันหรือ Insurances เป็นออปชั่นที่ผู้เล่นสามารถซื้อประกันเงินต้นในกรณีที่ไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือ A ซึ่งการซื้อประกันอาจดูเหมือนเป็นการลดความเสี่ยง แต่คงไม่ดีแน่หากเราซื้อประกันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะในท้ายที่สุดมันอาจทำให้ท่านเสียเงินเป็น 2 เท่าแบบฟรี ๆ ดังนั้นก่อนที่จะซื้อประกันทุกครั้งผู้เล่นควรนำหลักคิดทางคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้ ยกตัวอย่างเช่น หากไพ่ในมือผู้เล่นเป็นไพ่ต่ำหรือไพ่ระดับกลาง (2-8) การซื้อประกันก็ไม่มีความจำเป็นมากนักเพราะเจ้ามือถือครองความได้เปรียบเหนือผู้เล่นอยู่ถึง 70 % แต่หากผู้เล่นมีไพ่สูงเช่น 9-10 การซื้อประกันก็อาจมีความเป็นไปได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูว่าไพ่ที่ถูกแจกให้กับผู้เล่นมีทิศทางเป็นอย่างไร ถ้าหากไพ่ที่ถูกแจกออกจากขอนเป็นไพ่ต่ำหรือไพ่กลางเกือบทั้งหมด โอกาสที่ท่านจะซื้อประกันแล้วชนะก็มีสูงถึง 60 % แต่หากไพ่ที่ถูกแจกมาเป็นไพ่สูง โอกาสที่ท่านจะซื้อประกันไม่ติดก็มีสูงเกินกว่า 80% เช่นกัน ดังนั้นวิธีคิดเชิงคณิตศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่ผู้เล่นแบล็คแจ็คไม่สามารถละเลยได้ด้วยประการทั้งปวง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น